ยินดีต้อนรับ, เข้าสู่ระบบ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบ
กรุณาทำการกรอกข้อมูลเพื่อเข้าสู่ระบบ

อีเมล์     

รหัสผ่าน

           จำข้อมูล   (ลืมรหัสผ่าน)

          

หากคุณยังไม่ได้ลงทะเบียน
เป็นสมาชิกกับเรา

คลิกที่นี่

เพื่อสมัครเป็นสมาชิกกับเรา

Blog

 

10 อันดับรองเท้า Adidas Sneakers ที่ดีที่สุด
1. SUPERSTAR
เปิดตัวในปี 1969 Superstar เป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลทำด้วยหนงัแบบไม่หุ้มข้อคู่แรก ซึ่งหัวรองเท้าที่เป็นยางได้รับการจับตามองโดยทันทีและไดก้ลายเป็นที่รู้จักของผู้คนนับล้านว่าเป็น "shell toe" (เกราะป้องกันปลายเท้า) "shell toe" ได้กลายเป็ นรองเท้าที่เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความเป็นอาดิดาสมากที่สุดทีสวมใส่กันบนถนนและยังคงเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่มากที่สุดของอาดิดาสตลอดจนถึงทุกวันนี้

2. SL 72  
เปิดตัวในปี 1972 เมื่อมีการเปิดตวั SL72 รองเท้าวิ่งที่ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นรองเท้าวิ่ง ที่ใช้นวัตกรรมมากที่สุดในช่วงต้นของยคุ 70 ซี่งจริงๆแล้ว ผู้ก่อตั้งอย่าง  Adi Dassler ก็ได้มีส่วนช่วยคิดค้นรองเท้ารุ่นนี้ด้วย ในทุกวันนี้รองเท้ารุ่นนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในรองเท้าต้นแบบที่เป็นสัญลักษณ์ให้กับแบรนด์อาดิดาสได้มากที่สุด

 

3. Stan Smith 
เปิดตัวในปี 1965 แต่เดิมใช้ชื่อของ Robert Haillet  ผู้ออกแบบรองเท้ารุ่นนี้และเป็นอดีตนักเทนนิสชาวฝรั่งเศส และเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาเราจึงตั้งชื่อรองเท้าตามชื่อผู้ออกแบบ รองเท้าเทนนิส Robert Haillet เป็นรองเท้าเทนนิสที่ทำด้วยหนังคู่แรก ในปี1971 รองเท้ารุ่นนีได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "Stan Smith" เนื่องจาก StanSmith คือนักเทนนิสอันดับ 1ของโลก และในช่วงต้นของยคุ 70 เขาได้คว้าแชมป์ ประเภทเดี่ยว 39 รายการและประเภทคู่61 รายการ รองเท้าคู่นี้เป็นรองเท้าเทนนิสที่ดีมาก แม้กระทั่งคู่แข่งของStan Smith เองก็ยังสวมใส่


4. GAZELLE 
การปรากฏตวัคร้ังแรกของ Gazelleในปี 1968 เกิดความสับสนเกิดขึ้นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของรองเท้า เนื่องจากมีดีไซน์ที่ดูเหมือนจะเหมาะสมทั้งในการเล่นฟุตบอลในร่มและเป็นรองเท้า ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงได้จัดให้ Gazelle เป็นรองเท้าสำหรับฝึกซ้อมแต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเกิดคำถามเลยก็คือรองเท้า Gazelle  เป็นรองเท้าที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย


5. Top Ten 
เมื่อรองเท้า adidas Top Ten ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี1979 adidas Top Ten ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการบาสเกตบอลทั่วโลกโดยทันที โดยการได้รับการยอมรับที่รับรองโดยโปรบาสเกตบอลท็อปเท็นของยุคนั้น


6. Americana
รองเท้าสนีคเกอร์ที่เป็นทางการของ ABA ลายแดง-น้ำเงิน รองเท้า Americana ควรเป็นที่ยอมรับเพราะสีแดงคลาสสิค, ขาว และน้ำเงิน มันเป็นสิ่งที่เตือนว่ายุคอย่างน้อยในยุค 70 อาดิดาสก็มีลีกบาสเกตบอลมืออาชีพ และนั่นคือสิ่งที่ดีเยียม มันคือรองเท้าสนีคเกอร์สุดคลาสสิค



7. Oregon
เปิดตัวในปี 1982 ถึงแม้อาดิดาสจะมาจากเยอรมันก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะใม่รู้อะไรที่อเมริกันทำเลย ไม่เพียงแต่เขาจะใช้ Bill Bowerman (ผู้ประสบความสำเร็จในฐานะโค้ชของมหาลัยโอเรกอน) เป็นต้นแบบ และยังใช้การปรับปรุงเทคโนโลยี midsole ของ Bill Dellinger แต่พวกเขาตั้งชื่อรองเท้าวิ่งที่แนะนำให้โอเรกอนว่าไนกี้


8. Energy Boost
Energy Boost คือ รองเท้าวิ่งรุ่นล่าสุดและรุ่นดีที่สุดของอาดิดาส ถูกออกแบบมาอย่างดีด้วยเทคโนโลยี techfit มีความยืดหยุ่นใช้ได้กับเท้าทุกรูปทรง ภายในรองเท้ามีระบบ TORSION ช่วยให้สวมใส่สบายกระชับพอดีเท้า นั่นจึงทำให้ Energy Boost เป็นรองเท้าวิ่งที่ดีทีสุด


9. Rod Laver
เปิดตัวในปี 1970 Rod Laver เป็นชื่อของนักเทนนิสชื่อดัง แต่คนที่ไม่ใช่แฟนเทนนิสกลับรู้จักชื่อเขาเพราะรองเท้าของเขา รองเท้า Rod Laver เป็นรองเท้าที่ดูเรียบง่ายกับรูปแบบตาข่ายย้อมด้วยสีคลาสสิคอย่างสีเขียวและขาว


10. ZX 8000 
เปิดตัวขึ้นครั้งแรกในปี 1989 และเป็นรองเท้าคู่แรกที่ใช้เทคโนโลยี Torsion (ทอร์ชั่น) ซึ่งทำให้ ZX8000 ด้ครองตำแหน่งตความเป็นที่หนึ่งของรองเท้าวิ่งต้นแบบตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

อ้างอิงบทความลและภาพ : complex.com และ gslsport.com

 

 

 

หากคุณเป็นคนนึงที่คลั่งไคล้ในจักรยานและมีเงินมากพอที่จะซื้อมันแล้วล่ะก็ เรามีจักรยานที่ราคาแพงมากที่สุดในโลกมานำเสนอ !

จักรยานที่ราคาแพงมากที่สุดในโลกนั้น แน่นอนว่าต้องมีแต่ส่วนประกอบชั้นเยี่ยม และมีความพิเศษกว่าจักรยานทั่วไปมาก เรามาลองดูจักรยานที่แพงที่สึดในโลกทั้ง 10 แบบกัน

คันแรก จักรยานที่ราคาแพงมากที่สุดในโลก ซึ่งมีราคาสูงถึง $1,000,000 หรือประมาณ 32 ล้าน 4 หมื่นบาท โดยจักรยานคันนี้มีส่วนประกอบของทองคำบริสุทธิ์ 24 k ตกแต่งด้วยเพชรสีดำ 600 เม็ดและ ไพลินสีทองอีก 500 เม็ด และเบาะนั่งที่ทำจากหนังจระเข้สีน้ำตาลช็อกโกแลต!

คันต่อมาเป็นจักรยานที่ชุบด้วยทองคำและประดับคริสตัลสวาลอฟสกี้กว่า 600 เม็ดด้วยมือ ตัวเบาะนั่งเป็นหนัง รวมถึงแฮนด์จับหนังสีน้ำตาลช็อกโกแลตซึ่งเย็บด้วยมือ และจักรยานนี้มีเพียง 10 คันเท่านั้น โดยคนแรกที่ซื้อไปเป็นชาวอังกฤษ โดยเขานำมันไปแขวนเป็นศิลปะบนฝาผนัง ราคา โยยย‚ฌ80,000 หรือประมาณ 3 ล้าน 3 แสนบาท


คันที่ 3 เป็นจักรยานคันที่ราคาถูกที่สุดในบรรดาจักรยานราคาแพงทั้งหมด จักรยานคันนี้มีน้ำหนักเบามากเป็นพิเศษด้วยตัวโครงที่ทำจากคาร์บอน ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 24 ปอนด์ มีความทันสมัยตามแบบฉบับของแบรนด์ Hermes ตัวเบาะนั้นทำมาจากหนังลูกวัว ราคาอยู่ที่ $10,750 หรือประมาณ 3 แสน 4 หมื่น บาท


คันนี้มีแบรนด์ดังอย่าง Chorme Hearts เป็นผู้กำหนดกราฟฟิค วัสดุและพลอยประดับต่างๆ โดยมีตัวพื้นฐานคือ Ceevelo P4 TT ซึ่งขายในราคา $6,000 หรือประมาณ 1 แสน 9 หมื่นบาท แต่รุ่นพิเศษนี้จะขายในราคา $60,000 หรือประมาณ 1 ล้าน 9 แสนบาท


คันที่ 5 นี้ นักออกแบบชาวอิตาลี ผู้ผลิตจักรยาน Montante โดยจักรยานคันนี้ชุบด้วยทองคำ 24k และประดับประดาด้วยคริสตัลสวาลอฟสกี้ถึง 11,000 เม็ด ! เป็นจักรยานที่สวยงามหรูหรามาก เพรามีส่วนประกอบที่ทั้งทันสมัยและดีเยี่ยม และยังมีการใช้หนังงูเป็นส่วนประกอบด้วย จักรยานคันนี้ราคา $46,000 หรือประมาณ 1 ล้าน 4 แสนบาท


คันที่ 6 เป็นจักรยานที่มีโครงเป็นเงิน และมีตัวแฮนด์จับทำมาจากงาช้าง เป็นจักรยานที่มีความสวยงามอย่างแท้จริง ในศตวรรษที่ 19 Tiffany & Co ไม่เพียงแต่ออกแบบเครื่องประดับที่สวยงามเท่านั้นแต่ยังออกแบบจักรยานคันนี้ด้วย และมีเพียง 1 ในไม่กี่คันเท่านั้นที่แกะสลักชื่อย่อของ Tiffany ไว้บนแฮนด์งาช้าง ราคาอยู่ที่ $57,000 หรือประมาณ 1 ล้าน 8 แสนบาท


คันที่ 7 นี้เป็นจักรยานที่มีน้ำหนักเพียง 10 กก. เปิดตัวในปี 2011 เป็นการจับคู่ที่เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยมของ 2 แบรนด์ดังจากอิตาลีอย่าง Bianchi และ Gucci ตัวจักรยานจะเป็นสีสัญลักษณ์ของ Gucci คือ แถบเขียว แดง เขียว นอกจากนี้ยังสามารถซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมของ Gucci เพื่อใช้ร่วมกับจักรยานคันนี้ได้ทั้งหมวกกันน็อค ถุงมือ และขวดน้ำ ! ราคา $15,600 หรือประมาณ 5 แสนบาท


คันต่อมาทำมาจากโครงอลูมิเนียม มีระบบการเบรคที่นุ่มนวล ตัวเหยียบมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับ โดยมีจุดประสงค์ให้ใช้บนถนนออฟโรด ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Top Marques Monaco เมื่อปี 2011 ราคา $36,200 หรือประมาณ 1 แสน 2 หมื่นบาท


คันที่ 9 เป็นรถจักรยานสปอร์ตสุดล้ำของ Aston Martin โดยมีการร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตรถ 4 ล้อ และ 2 ล้อ เป็นรถที่ใช้วัสดุชั้นเยี่ยม ตัวเบาะนั่งและแฮนด์จับเป็นหนังเย็บมืออย่างดี ราคาอยู่ที่ ยฃ25,00 หรือประมาณ 1 ล้าน 3 แสนบาท

 


จักรยานราคาแพงที่สุดในโลกคันสุดท้าย ในช่วงปลายปี 2009 Lance Armstrong เคยขี่ในงาน Tour De France ในปี 2009 มันถูกขายประมูลไปในงานการกุศลเกี่ยวกับโรคมะเร็งในนิวยอร์ก จักรยานคันนี้มีการประดับตกแต่งโครงและล้อทั้ง 2 ด้วยผีเสื้อนับร้อยตัว ! มันกลายเป็นหนึ่งในจักรยานที่ราคาแพงที่สุดในโลกหลังจากถูกขายไปในราคา $500,000 หรือประมาณ 16 ล้านบาท

 

ที่มา : http://totalwomenscycling.com/

 

 

 

การวิจัยเพื่อศึกษาทัศนคติของคนไทยในประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม เพื่อนำเสนอความเห็นของประชาชนชาวไทย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ ต่อหน่วยงานราชการและเอกชน ในการพัฒนาและปรับปรุงสังคม คุณภาพชีวิต ผลิตภัณฑ์ และการบริการ ที่สอดคล้องต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน 

กลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 600 คน โดยแบ่งเป็นประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 300 คน ภาคเหนือ 100 คน ภาคใต้ 100 คน ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 100 คน 

วิธีการเก็บข้อมูล: กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามด้วยตัวเองผ่านแบบสอบถามออนไลน์ โดย YesOpinion.com 

ระยะเวลาเก็บข้อมูล : 1 -ย“ 17 กรกฎาคม 2557 

ดำเนินการสำรวจโดย สมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย (TMRS) www.tmrs.or.th

 

 

 

 

เมื่อโทรศัพท์มือถือไม่ใช่แค่อุปกรณ์สื่อสารไร้สายที่ใช้โทรออกและรับสายเพียงอย่างเดียว แต่โทรศัพท์มือถือเป็นได้ทั้งกล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น mp3 เครื่องเล่นวีดีโอ และทีสำคัญคือเป็นเหมือนเครื่องใช้งานอินเตอร์เน็ตย่อส่วนที่รองลงมาจากคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ฯลฯ

ปัจจุบันอุปกรณ์การติดต่อสื่อสารที่ดีที่สุดและสะดวกที่สุด คือ โทรศัพท์มือถือ เพราะโทรศัพท์มือถือเป็นเหมือนอวัยวะอีกชิ้นที่มนุษย์ขาดไม่ได้ เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกเท่าไหร่หากเราจะเห็นว่าคนส่วนมากมักจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูแทบจะตลอดเวลา และไม่ใช่แค่วัยรุ่นเท่านั้นที่มีอาการแบบนี้ เพราะบุคคลในวัยทำงานก็มีอาการติดโทรศัพท์มือถืออยู่ไม่น้อย โดยสามารถวัดได้จากพฤติกรรมการเช็คมือถือทั้งตอนตื่นนอนและก่อนเข้านอน !

จากผลการสำรวจพบว่าคนไทยกว่า 29 % มีพฤติกรรมการเช็คมือถือตลอดเวลา รองลงมาคือ 20.5 % เช็คทุกๆ 30 นาที 18.5 % เช็คทุกๆ 1-3 ช.ม. 18 % นานๆ เช็คที และ 14 % เช็คทุกๆ 1 ช.ม. เราอาจจะกล่าวได้ว่าการติดมือถือของคนไทยในปัจจุบันนั้นมีกระแสสังคมออนไลน์เป็นสาเหตุหลัก นอกจากนี้คนในแต่ละช่วงอายุก็มีความถี่ในการเช็คมือถือทีต่างกัน โดยพบว่า ช่วงอายุตั้งแต่ 20 ถึง 49 ปี มีพฤติกรรมการเช็คมือถือตลอดเวลาเป็นอันดับที่ 1 ในขณะที่ช่วงอายุต่ำกว่า 20 ปีนั้น จะเช็คทุกๆ 30 นาที เป็นอันดับที่ 1 และเมื่อสำรวจพฤติกรรมการเช็คมือถือตอนตื่นนอนและก่อนเข้านอนแล้วพบว่า มีคนไทยจำนวนสูงถึง 86.5 % ที่เช็คมือถือก่อนเข้านอน และกว่า 76 % เช็คมือถือหลังตื่นนอน เพราะฉะนั้นเราจะเรียกโทรศัพท์มือถือว่าอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกายก็คงไม่แปลก!


 

 

 

ในปัจจุบันเราคงไม่อาจเถียงได้ว่าสมาร์ทโฟนมีความสำคัญกับเรามากเหมือนเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 และไม่ใช่แค่วัยรุ่นเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟน เพราะบุคคลในวัยทำงานหรือแม้กระทั่งวัยสูงอายุต่างก็ให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนมากเช่นกัน และระบบปฏิบัติการต่างๆของสมาร์ทโฟนทั้งหลายต่างก็ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นระบบ iOS Android หรือ Windows Phone เองก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนติดหนึบเลยก็คือ แอพพลิเคชั่นต่างๆนั่นเอง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีแอพพลิเคชั่นจำนวนไม่น้อยที่ผู้ใช้ชื่นชอบและบางแอพพลิเคชั่นถึงกับขาดไม่ได้ !

จากผลการสำรวจพบว่าแอพพลิเคชั่นยอดฮิตอันดับ 1 ที่มีผู้ใช้กว่า 48 % ยอมรับว่าขาด Facebook ไม่ได้ เพราะนอกจาก Facebook จะช่วยให้เราได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารแล้วยังทำให้เราสามารถติดต่อกับผู้คนได้อย่างกว้างขวางด้วย เพราะฉะนั้นคงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หาก Faccebook จะครองใจชาวสมาร์ทโฟน และแอพพลิเคชั่นอันดับที่ 2 ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้กว่า 35 % ก็คือ โปรแกรมแชทยอดฮิตอย่าง LINE และ Google+ ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งมีผู้ใช้กว่า 5.5 % แซงหน้า Skype และ Twitter ไป จากนั้นรองลงมาเป็น Skype 2 % Instagram, Twitter และ Whatsapp 1.5 % ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบความแตกต่างในการเลือกใช้งานแอพพลิเคชั่นว่า ประชากรที่อายุตั้งแต่ 16 ถึง 39 ปี จะขาดแอพพลิเคชั่น Facebook ไม่ได้ และแม้ว่า Facebook จะเป็นที่นิยมมากเป็นอันดับที่ 1 แต่ประชากรที่อายุ 40 ปีขึ้นไปกลับมีความนิยมโปรแกรมแชทอย่าง LINE มากกว่า !


 

 

 



Join the YesOpinion.